วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559

แคลเซียมป้องกันกระดูกพรุน

Calcium Magnesium Zinc 
  • Supports Bone Health*
  • Also contains Vitamin D3 to help support immune health.*
  • Over 100% Daily Value of Vitamin D3◊*


อ้างอิง  :  ข้อมูลบางส่วนจากนิตยสาร ′ฉลาดซื้อ′ - Hotline สายสุขภาพ - สุขใจใกล้หมอ
100 Coated Tablets 







ความสำคัญของแคลเซียม

ร่างกายคนเรามีกระดูก 206 ชิ้น กระดูกถือเป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย เป็นแหล่งรวมแคลเซียม ซึ่งระบบการทำงานของเซลล์ เส้นเลือด และระระบบประสาทต้องใช้แคลเซียมเป็นหลัก  โดยมีกระดูกเป็นแหล่งสะสมแคลเซียมและคอยปล่อยสารแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายเมื่อคราวจำเป็น กระดูกเป็นที่สร้างเม็ดเลือด  และไขกระดูกเป็นที่เก็บ Stem cell หลัก  แคลเซียมจึงมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทและการหดตัวของกล้ามเนื้อ  มีความจำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือดเมื่อมีบาดแผล  มีหน้าที่ในการดูดซึม การเก็บรักษา และช่วยการเผาผลาญวิตามินเอ ซี ดี อี ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียมอีกด้วย

Calcium "แคลเซียม" ในร่างกาย
แคลเซียมเป็นธาตุที่พบมากที่สุดในทุกส่วนของร่างกาย และเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของกระดูกและฟัน หน้าที่หลักของแคลเซียม เป็นโครงสร้างของกระดูกและฟัน โดย 99 % ของแคลเซียมนั้นจะพบในกระดูกและฟัน ในเด็กแรกเกิดจะมีปริมาณแคลเซียมเฉลี่ย 28 - 30 กรัม ส่วนผู้ใหญ่จะมีปริมาณแคลเซียมอยู่ระหว่าง 1.5 - 2 % ของน้ำหนักตัว หรือประมาณ 900 -1,000 กรัม กระดูกของผู้ชายในวัยเจริญพันธุ์ ประกอบด้วยแคลเซียมประมาณ 1.2 กิโลกรัม  

โรคกระดูกพรุนเกิดขึ้นได้อย่างไร
แคลเซียมเป็นแร่ธาตุสำคัญ หากผู้สูงอายุหรือสตรีใกล้หมดประจำเดือนขาดแคลเซียม หรือประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียมลดลง อาจนำไปสู่โรคกระดูกพรุน กระดูกเปราะ และกระดูกหักง่ายได้  ดังนั้นแคลเซียมจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกเพศทุกวัย ร่างกายจำเป็นต้องได้รับแคลเซียมในรูปแบบของการสะสมแคลเซียม หากได้รับแคลเซียมมากเกินไปในคราวเดียวก็จะถูกขับถ่ายออกไป ช่วงอายุประมาณ 24 - 30 ปี เป็นช่วงที่มีความหนาแน่นกระดูกสูงสุด และหลังจากนั้นกระดูกจะบางลง 0.3 - 0.5 % ต่อปี  กรณีกระดูกพรุนจะเกิดเมื่อกระดูกบางลง 30 %  โดยบางลงตามระยะเวลาใช้เวลา 60 ปี  (ตั้งแต่ช่วงอายุ 30 ปี - 90 ปี)  ดังนั้นกระดูกพรุนจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 90 ปี  แต่สตรีวัยหมดประจำเดือนจะมีอัตราเร่งสลายของมวลกระดูก 3 - 5 % ต่อปี  ซึ่งใช้เวลาเพียง 6 ปี ก็จะเกิดภาวะกระดูกพรุน  เพื่อเป็นการป้องกันโรคกระดูกพรุน จึงควรสะสมแคลเซียม และออกกำลังกายตั้งแต่แรก  อาหารที่มีแคลเซียม   แคลเซียมมีการดูดซึมที่แตกต่างกัน มีอยู่ 3 ประเภท ดังนี้ 
แคลเซียมคาร์บอเนต สามารถดูดซึมได้ 10 %
แคลเซียมซิเทรต สามารถดูดซึมได้ 50 %
แคลเซียมทรีโอเนต สารมารถดูดซึมได้ 90 %
      แคลเซียมเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต  ฟัน กระดูก เส้นผม ผิวหนังเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ไม่สามารถขาดแคลเซียมได้  ส่วนใหญ่ในชิวิตประจำวันคนเรารับประทานแคลเซียมไม่เพียงพอ  ซึ่งอาหารการกินมีสิ่งอื่นตามมาด้วย 

เราควรรับประทานแคลเซียมเท่าไหร่ต่อวัน ?
ช่วงอายุน้อยกว่า 40 ปี  ควรรับประทานแคลเซียมปริมาณ 800 มล. หรือเทียบกับการดื่มนม 3 - 4 แก้วต่อวัน
ช่วงวัยทอง หรืออายุ 50 ปี ควรรับประทานแคลเซียมปริมาณ 1,000 มล. หรือเทียบกับการดื่มนม 4 - 5 แก้วต่อวัน
สตรีตั้งครรภ์ และสตรีให้นมบุตร หรือช่วงอายุ 60 ปี ขึ้นไป ควรทานแคลเซียม 1,200  มก. หรือการดื่มนม 6 – 7 แก้วต่อวัน 
     ทั้งนี้ เพื่อช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมควรได้รับแคลเซียมไปพร้อมกับ “วิตามินดี” ประมาณวันละ 400 - 800 IU ในทุกกลุ่มอายุ  

     ถ้าร่างกายขาดแคลเซียมจะทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อนในเด็ก ส่วนในผู้ใหญ่จะเกิดภาวะกระดูกเสื่อม โรคกระดูกพรุน ภาวะกระดูกเสื่อมเกิดจากร่างกายขาดแคลเซียมหรือได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายต้องดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ ทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง เป็นผลให้กระดูกแตกหรือหักง่าย ภาวะกระดูกเสื่อมจะเกิดขึ้นเมื่อใดขึ้นกับปัจจัยของแต่ละบุคคล โดยปกติจะเกิดขึ้นหลังจากอายุ 35-40 ปี โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือนเนื่องจากการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนการรับประทานแคลเซียมเสริมที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไป จึงไม่ควรรับประทานมื้อเดียวกับน้ำนม เสริมแคลเซียม   ควรต้องรับประทานแยกกับน้ำนมคนละมื้อ ไม่ควรอยู่ในมื้อเดียวกัน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Colostrum น้ำนมเหลือง

เมื่อพูดถึงนมที่มีคุณภาพ ที่เป็นที่นิยมกันมากทั่วโลก  คงต้องนำเสนอ Colostrum "โคลอสตรัม"  หรือ น้ำนมเหลือง  เป็นน้ำนมสีเหลื...